Tag - Immobilizer

Automotive-RKE

เข้า(รถ)ได้ ไม่ต้องไข กับเทคโนโลยี Remote Keyless Entry

ระบบกุญแจ Keyless หรือระบบกุญแจที่ไม่ต้องใช้การ เสียบ บิด และไข  แท้จริงแล้วคือออีกหนึ่งเทคโนโลยี Radio Frequency Identification หรือ RFID ประเภทหนึ่ง เป็นการใช้คลื่นความถี่วิทยุในการระบุตัวตน ที่ใช้งานอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน ได้แก่บัตรเข้าคอนโด, บัตรรถไฟฟ้า, บัตรจอดรถ, และอื่นๆ อีกมากมาย และที่พบเห็นอย่างมากคือ ยานพาหนะและรถยนต์ (Automotive) จากบล็อกก่อนหน้านี้ เราได้กล่าวถึง ระบบกุญแจอัจฉริยะสำหรับยานยนต์ หรือ Immobilizer ไปแล้ว ในครั้งนี้เราจะมาอธิบายระบบกุญแจรถยนต์อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นระบบที่มีการประยุกต์ใช้งานร่วมกันกับ Immobilizer เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถและป้องกันการโจรกรรม นอกเหนือไปกว่านั้น ระบบนี้ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รถได้เป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นเทคโนโลยีหรือของใช้ที่จำเป็นสำหรับรถยนต์สมัยใหม่ นั่นคือ กุญแจรีโมท (Remote Keyless Entry: RKE)  Remote Keyless Entry หรือ RKE คืออะไร? ระบบกุญแจรีโมท หรือที่รู้จักกันในชื่อ “RKE” คือ ระบบหรือเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงสถานที่ต่างๆ เช่น อาคาร บ้านเรือน รวมไปถึงยานพาหนะ โดยไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจไข ซึ่งระบบนี้มักถูกใช้กับรถยนต์ เพื่อใช้เปิด-ปิด ประตูรถ ฝากระโปรงรถ รวมถึงสามารถสั่งการทำงานอุปกรณ์ภายในของรถยนต์ได้จากระยะไกล  เมื่อต้องการใช้งาน ผู้ใช้เพียงแค่กดปุ่มตัวรีโมท จากนั้นตัวรีโมทจะทำการส่งสัญญาณคลื่นวิทยุในย่านความถี่สูงมาก (UHF) ไปยังตัวรถที่มีการติดตั้งตัวรับสัญญาณ ระยะการทำงานของรีโมทนั้น สามารถทำงานได้ตั้งแต่ 20 เมตรขึ้นไป หรืออาจจะสูงมากถึง 100 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งย่านความความถี่สูงนี้จะมีการใช้งานใน 3 ช่วงความถี่ ได้แก่ 315 MHz, 433 MHz, และ 868 MHz โดยในประเทศไทย ญี่ปุ่น และประเทศในแถบเอเชีย จะใช้ความถี่ย่าน 433 MHz เป็นหลัก  ระบบกุญแจ RKE มักถูกใช้งานในการเข้าถึง ปลดล็อกหรือล็อกประตูรถยนต์ เป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยถูกใช้งานในการสตาร์ทรถหรือเครื่องยนต์มากนัก เนื่องจากระบบ RKE เป็นการสื่อสารทางเดียว คือ ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุจากตัวรีโมทไปยังรถยนต์เท่านั้น  อย่างไรก็ตาม ระบบ RKE ยังประกอบไปด้วยเทคนิคป้องกันการทำซ้ำ (Anti-Replay Attack) คือ ทุกครั้งที่ผู้ใช้งานกดปุ่ม รหัสจะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่กด หรือที่เรียกว่า Rolling-Code โดยตัวรับสัญญาณในรถยนต์จะรับรู้ว่ารหัสจะต้องเปลี่ยนไปทุกครั้ง ไม่ใช่อันเดิม และเป็นรหัสที่ฝั่งตัวรับสามารถคำนวณได้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงรถยนต์ ถือเป็นการเพิ่มความปลอดภัยอีกทางหนึ่งในการคัดลอกรหัส หรือ ทำกุญแจปลอมขึ้นมา 

car-immobilizer-RFID

ระบบ Immobilizer คืออะไร? ปลอดภัยจริงหรือ?

ในปัจจุบันระบบ Immobilizer ได้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก ระบบ Immobilizer หรือระบบกุญแจอัจฉริยะสำหรับยานยนต์ เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการโจรกรรม ถือเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากที่รถยนต์ทุกคันควรจะต้องมี โดยระบบนี้อาศัยเทคโนโลยีบ่งชี้อัตลักษณ์ด้วยคลื่นวิทยุ (RFID: Radio Frequency Identification) ในการสื่อสารกันระหว่าง 2 ส่วนคือ กล่องควบคุมระบบรถยนต์ (ECU: Electronic Control Unit) เป็นหน่วยในการควบคุมระบบต่างๆ ของรถยนต์กุญแจ (Transponder) โดยกุญแจจะประกอบด้วยไมโครชิพ RFID ซึ่งไมโครชิพจะถูกต่อเข้ากับสายอากาศและทำหน้าที่ส่งสัญญาณ โดยสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ การทำงานของระบบ Immobilizer เกิดจากการทำงานร่วมกันของ 2 ส่วนนี้ เมื่อผู้ใช้งานหรือเจ้าของเสียบกุญแจเข้าไปแล้วทำการสตาร์ทรถ ระบบ Immobilizer จะเริ่มทำงานทันที โดยหน่วยควบคุมเครื่องยนต์ที่อยู่ในรถจะส่งสัญญาณวิทยุมาหาที่กุญแจ จากนั้นไมโครชิพที่อยู่ในกุญแจจะแปลงพลังงานวิทยุมาเป็นพลังงานในตัวเอง และส่งสัญญาณกลับไปเพื่อทำการยืนยันตัวตน โดยหน่วยควบคุมเครื่องยนต์จะยอมให้เครื่องยนต์สตาร์ทได้ รหัสที่กุญแจและรถยนต์จะต้องตรงกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นกุญแจที่ปั๊มมาก็ไม่สามารถสตาร์ทรถได้ เนื่องจากไม่มีสัญญาณที่ตรงกันตัวรถยนต์ ทำให้การใช้งานรถยนต์มีความปลอดภัยมากขึ้น โดยการเข้ารหัสในกุญแจจะมีความหลากหลายและแตกต่างกันไปในรถยนต์แต่ละรุ่นและยี่ห้อ ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี (SIC) เป็นผู้จัดจำหน่ายกุญแจ Immobilizer ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี ด้วยเทคโนโลยีที่มีความหลากหลาย สามารถใช้งานได้ครอบคลุมกับรถยนต์ในหลายๆ รุ่นและยี่ห้อ รวมถึงมีประสิทธิภาพและคุณภาพเทียบเท่าสากล สามารถศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ Immobilizer ระบบความปลอดภัยในยานยนต์ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบ...